มาติช ออกมาปกป้อง มูรินโญ่ หากทนนายใหญ่ไม่ได้ก็เชิญออกไป

มาติช

มาติช กองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาปกป้อง มูรินโญ่ ที่ได้ออกมาต่อว่า นักเตะในทีมที่เล่นไม่ได้ดี แต่ก็ชนะ ว่าทนไม่ไหว ก็ย้ายไปซะ

เนมานย่า มาติช ยอดกองกลางของ ผีแดง ได้ออกมาบอกว่า การเล่นที่ดี น่าจะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่านี้ แม้ว่าเรานั้นจะชนะ แต่ก็ไม่ได้สวยงามนัก

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ โค้ชใหญ่ของ สโมสร จะสามารถออกมาบอกว่า ลูกทีมนั้นเล่นเป็นอย่างไร เพราะว่านักเตะของเขานั้นสร้างผลงานได้ไม่ดีมากพอ แม้ว่าจะชนะ ก็ตาม มันเป็นเรื่องที่ต้องโดนจัดหนัก เพราะว่าพวกเขาไม่ได้สนใจว่า ฟอร์ม การเล่นจะเป็นอย่างไรไม่ได้ เพราะว่า นักเตะในสนามนั้นต้องเล่นให้ดีกว่านี้

มาติช

การที่เราชนะไม่ได้หมายความว่าจะพูดอย่างไรต่อไปก็ได้ สำหรับนักเตะ มูรินโญ่ เป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม เขาสร้างสรรค์ และวางแผนได้เป็นอย่างดี การทำหน้าที่ของเขานั้น ทำให้พวกเราแข็งแกร่ง เรื่องนี้ต้องยอมรับ แต่ มูรินโญ่ จะยอมรับไม่ได้เลย หาก ลูกทีมเล่นได้ไม่ดี มันก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะออกมาบอกว่า

ต้องเล่นให้ดีมากกว่านี้ แม้ว่าจะกำชัยชนะก็ตาม ผมบอกได้เลยว่า เรื่องที่ยากที่สุด ก็คือ เชื่อฟังโค้ช หากเขาไม่ฟังโค้ชผมก็บอกได้เลยว่า คุณคิดผิดอย่างมาก คุณจะเอาเรื่องรวมมาให้นักเตะตัดสินเพียงคนเดียวไม่ได้ เพราะว่า โค้ชที่เขาได้หน้าที่มากมายในการดูทั้งทีม ก็ทำให้เขานั้นมีอำนาจในการตัดสินใจ

อะไรๆในทีมได้มากกว่า นักเตะ เราต้องฟัง และยอมรับเขามากกว่านี้ การที่เขาออกมาบ่นหรือต่อว่า นักเตะในสนามที่สร้างผลงานไม่ได้ดี ก็ทำให้เขานั้นต้องติงบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ผมบอกได้เลยว่า ถ้าใครที่ทนไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ในสนาม เชิญไปที่อื่น เราต้องยอมรับความกดดันให้ได้ เพราะว่าชัยชนะของเรา มาจากแผนของเขาเช่นกัน ผมไม่อยากที่จะให้นักเตะในสนาม มองว่า มูรินโญ่ บ่นทำไม่ใช่ว่า

ค่าตัวแพงแล้วจะทำอะไรก็ได้ พวกเราต้องฟังโค้ช นั่นเป็นเรื่องจริง หากใครไม่ยอมรับ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อที่นี่ หรือย้ายออกไปอยู่ที่อื่น มันเป็นเรื่องยากมากเลยนะที่เราจะยอมรับอะไรต่ออะไรให้เข้าใจเหมือนกัน ผมแค่อยากบอกว่า เขานั้นเก่งเกินกว่าที่จะไม่สนใจในคำพูดของ เขา เพราะว่าเขาคือคนที่เลือกว่าจะให้ใครลงมาเล่นในสนาม และวางแผนให้เราเป็นผู้ชนะได้ ผมยอมรับใน มูรินโญ่ นะ ใครไม่ยอมรับก็เรื่องของเขา นั่นคือความจริงที่ทุกคนต้องเข้าใจ…

ลูกากู ยอมรับ ว่าทีมกำลัง เฟ้นหา นักเตะหน้าใหม่ เข้าสู่ทีมช่วง ซัมเมอร์

ลูกากู

ลูกากู ยอกนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยว่า ทีมรักของเขานั้น สร้างผลงานได้ดี และเตรียมที่จะทุ่มทุนหานักเตะเข้า สโมสร เสริมแกร่ง

โรเมลู ลูกากู ยอดกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า ทีมจะมี นักเตะหน้าใหม่ มากมาย เข้ามาช่วง ซัมเมอร์ เพื่อเสริมแกร่งของทีม

สื่อดังทั้งหลายใน เมืองผู้ดี ได้ออกมาตีข่าวเรื่องการ เสริมแกร่งของ ผีแดง ว่า จะมีนักเตะหน้าใหม่ เข้ามาสู่ทีม และแน่นอนว่า ฤดูกาลนี้ พวกเราไม่น่าจะไล่ตามทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทัน เพราะว่าคะแนนของเขา นำเราไปได้ไกลเหลือเกิน

ลูกากู

โดยตอนนี้ พวกเรามีคะแนน 65 คะแนน จากการชนะ 20 ครั้ง เสมอ 5 และแพ้อีก 5 ผมยอมรับว่า ฤดูกาลนี้ มันยังไม่ได้ดีมากนัก เพราะว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีคะแนน 81 คะแนน พวกเขาชนะมากถึง 26 เกม มันเป็นอะไรที่ยอดมาก ผมบอกได้เลยว่า แผนของ เป๊ป ในฤดูกาลนี้ พวกเขาสุดยอดอย่างมาก ทีมอื่นผมไม่ได้สนใจ และเข้าใจว่า พวกเขาพร้อมที่จะสร้างผลงานที่ดี แต่ เมื่อเจอกัน ก็ทำให้ได้เห็นว่า

ทุกๆอย่างที่เรานั้นต้องการ ก็คือ ชัยชนะเท่านั้น ถึงจะเล่นได้ดีแค่ไหน ถ้าสามารถทำได้เพียงแค่ เสมอ เราก็จะไม่สามารถเป็นแชมป์ได้ เราต้องการนักเตะที่ยอดเยี่ยม เข้ามาอยู่กับทีม เพิ่มเติม นี่คือเรื่องที่ มูรินโญ่ ต้องการ เพื่อเป็นกองทุนในการสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้ได้ ในฤดูกาลหน้า ผมเชื่อว่า ฤดูกาลหน้า

การสร้างผลงานของเรานั้นจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผมมั่นใจว่าทีมที่ดีจะต้องมีนักเตะที่ดีอยู่ในทีมมากๆ มันเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่า เราต้องการเช่นนั้น ผมมั่นใจว่า การเล่นที่ทำให้เราได้เห็นว่า ต้องทำให้ได้มากกว่าแค่ไหน

ก็เห็นถึงสิ่งที่เรานั้นต้องเร่งการเล่นให้ดีมากกว่าเดิมก็เท่านั้นเอง  เราพยายามที่จะหาชัยชนะให้ได้มากกว่าเดิม แต่เมื่อ เจอกับทีมที่แข็งแกร่งพวกเรา ยังไม่สามารถทำได้ดีมากพอ แม้ว่าเรานั้นต้องรออีก 1 ปี เพื่อสร้างทีมให้กลับขึ้นมาเป็นแชมป์ให้ได้อีกครั้งหนึ่ง มันคือความสุดยอดของการเล่นที่ดี

เราต้องพัฒนาไปให้ไกลมากกว่าเดิม แม้ว่าก่อนหน้านี้ พวกเราจะทำงานกันอย่างหนัก แต่อีกทีม ก็ทำงานหนักมากเช่นกัน เราจะเห็นว่า พวกเขาไม่ยอมอ่อนหรือ ปล่อยให้เกมไหน ที่พวกเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบนัก มีแค่พวกเขาแพ้ เท่านั้นแหละที่เกิดจาก ความผิดพลาดของเขาเท่านั้นเอง ทุกๆอย่างที่ เกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเท่าไหร่ ซึ่งเราพยายามก็น่าจะเป็นเรื่องธรรมดามากกว่าเดิมเท่านั้นเอง…